ควรมีโปรแบบไหนถึงจะดึงลูกค้าให้จองที่พักของเราได้จริง (ไม่ใช่แค่ลดราคา)
เจ้าของที่พักหลายคนเข้าใจว่า
การทำโปร = ต้องลดราคา
แต่ความจริงคือ…
โปรที่ดี ไม่ใช่โปรที่ถูกที่สุด
แต่คือโปรที่ “ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้ม”
■ เข้าใจก่อนว่า ลูกค้าไม่ได้อยากได้ของถูกเสมอไป แต่เขาอยากได้ “ความคุ้มค่า”
ลูกค้าจะตัดสินใจจาก
▪ ได้อะไรเพิ่ม
▪ รู้สึกพิเศษไหม
▪ เทียบกับที่อื่นแล้วดีกว่าไหม
ถ้าคุณให้สิ่งนี้ได้
ไม่ต้องลดราคาหนักก็ขายได้
■ วิธีที่ 1 โปรเพิ่มคุณค่า (แทนการลดราคา)
ดีกว่าการลดราคาโดยตรง
ตัวอย่าง
▪ แถมอาหารเช้า
▪ แถมเตาปิ้งย่าง
▪ แถมกิจกรรม
ลูกค้าจะรู้สึกว่า
“ได้เยอะขึ้น” มากกว่า “จ่ายถูกลง”
■ วิธีที่ 2 โปรอยู่หลายคืน (เพิ่มยอดต่อบิล)
ช่วยเพิ่มรายได้ทันที
เช่น
▪ พัก 2 คืน ราคาพิเศษ
▪ คืนที่ 2 ลดเพิ่ม
ลูกค้าจะรู้สึกว่า
“อยู่ต่อก็คุ้ม”
และคุณได้ยอดเพิ่มโดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่
■ วิธีที่ 3 โปรช่วงเวลา (กระตุ้นการจองเร็ว)
ช่วยเร่งการตัดสินใจ
ตัวอย่าง
▪ โปรเฉพาะวันธรรมดา
▪ โปรเฉพาะเดือนนี้
▪ โปรจำนวนจำกัด
ลูกค้าจะรู้สึกว่า
“ต้องรีบจอง”
■ วิธีที่ 4 โปรเฉพาะกลุ่ม (ตรงเป้ากว่า)
ไม่ต้องขายทุกคน
เลือกกลุ่มที่ชัด
เช่น
▪ โปรคู่รัก
▪ โปรครอบครัว
▪ โปรสายทำงาน (Workation)
ยิ่งตรงกลุ่ม
ยิ่งขายง่าย
■ วิธีที่ 5 โปรลูกค้าเก่า (ปิดง่ายที่สุด)
ลูกค้าเก่า
ปิดง่ายกว่าลูกค้าใหม่มาก
ตัวอย่าง
▪ ส่วนลดเฉพาะลูกค้าเก่า
▪ สิทธิพิเศษ
▪ โปรกลับมาพัก
ไม่ต้องลดเยอะ
แต่ต้องรู้สึกพิเศษ
■ วิธีที่ 6 โปรที่เข้าใจง่าย (ไม่ซับซ้อน)
โปรที่ดี
ต้องเข้าใจทันที
อย่าทำแบบนี้
▪ เงื่อนไขเยอะ
▪ อ่านแล้วงง
ควรทำแบบนี้
▪ บอกชัดเจน
▪ เข้าใจในครั้งเดียว
ลูกค้าจะตัดสินใจง่ายขึ้นมาก
■ วิธีที่ 7 โปรต้องสื่อสารให้ “เห็นชัด”
โปรดี
แต่ถ้าลูกค้าไม่เห็น = ไม่มีค่า
สิ่งที่ควรทำ
▪ ใส่ในภาพ
▪ ใส่ในข้อความ
▪ โปรโมทในหลายช่องทาง
ยิ่งเห็นบ่อย
ยิ่งมีโอกาสจอง
■ สรุปแบบเข้าใจง่าย
โปรที่ขายได้จริง
ต้องมี 3 อย่าง
▪ ทำให้รู้สึกคุ้ม
▪ เข้าใจง่าย
▪ กระตุ้นให้รีบจอง
ไม่จำเป็นต้องถูกที่สุด
แต่ต้อง “น่าเลือกที่สุด”
■ ฝากถึงเจ้าของที่พัก VIP
ถ้าคุณทำโปรแล้ว
แต่ลูกค้ายังไม่จอง
อาจไม่ใช่เพราะโปรไม่ดี
แต่เพราะ
“ยังไม่ตรงใจลูกค้า”
ถ้าคุณอยากให้เราช่วยดูว่า
ที่พักของคุณควรทำโปรแบบไหนถึงจะขายได้จริง
สามารถทักมาปรึกษาเราได้
เรายินดีช่วยวิเคราะห์ให้ฟรี...